LINE : @b911
แนะนำเพื่อนรับฟรี 10%
เดิมพันได้ 24 ชั่วโมง
สมัครสมาชิกใหม่รับฟรี 288
ทายหวยสูงสุด สามแสนบาท

ลุ้นแชมป์ ! แมนซิตี้-ลิเวอร์พูล ช่วงเบรคทีมชาติใครจะได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน


เข้าสู่ช่วงพักเบรคทีมชาติคือสิ่งที่สโมสรต้นสังกัดของนักเตะและบรรดาแฟนบอลต่างกังวลนั่นก็คืออาการบาดเจ็บของแข้งตัวหลักซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ของทั้งสองทีมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิเคราะห์นักเตะของทั้งสองทีม และโปรแกรมที่เหลือหลังเบรคทีมชาติ ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ  แมนฯ ซิตี้ ยอมรับว่า เขาต้องภาวนาว่าจะไม่แข้งรายใดได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมมาจากการรับใช้ชาติ เนื่องจากปัจจุบันทั้ง แฟร์นานดินโญ่ และ เควิน เดอร์ บรอยน์ สองมิดฟิลด์คนสำคัญยังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน  อย่างไร แมนฯ ซิตี้ ยังโชคดีที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งไม่ถูก ลิโอเนล สคาโลนี่ กุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่า เรียกติดทีมไปด้วย เช่นเดียวกับ เอเมอริก ลาปอร์กต์ ที่ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสคู่ต่างเป็นกำลังสำคัญของทีมในซีซํ่นนี้ ส่วน ริยาด มาห์เรซ เป็นแข้งที่ต้องเดินทางไกลที่สุดเพื่อกลับไปประเทศ แอลจีเรีย เพื่อเล่นเกมในบ้านทั้งสองนัด ขณะที่ ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้รับข่าวดีเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกคนสำคัญได้รับการยกเว้นไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอียิปต์เพื่อลงเล่นเกม แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ รอบคัดเลือก กับ ไนเจอร์ ในวันที่ 22 มีนาคม และอุ่นเครื่องกับ ไนจีเรีย ในวันที่ 26 มีนาคม คล็อปป์ น่าจะกังวลมากที่สุดคือ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงเป็นแข้งที่ต้องเดินทางไกลที่สุดเพื่อกลับไปยัง เซเนกัล ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ส่วน นาบี เกอิต้า ไม่ติดทีมชาติกินี หากวัดจากโปรแกรมที่เหลืออยู่ แมนซิตี้ มีโปรแกรมให้เล่นมากกว่า ลิเวอร์พลู อย่างน้อยสองเกม หลังจากผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ โดยจะเข้าไปพบ ไบรท์ตัน ในวันที่ 6 เมษายน รวมถึงเกมตกค้างกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซึ่งจะมีการกำหนดวันเวลาอีกครั้ง ส่วนทีมของ คล็อปป์ ยังมีเวลาพักมากกว่าทีมของ เป๊ป ถึง 24 ชั่วโมงหลังกลับมาจากพักเบรคทีมชาติ โดยจะกลับมาเจอกับ สเปอร์ส ในวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม ส่วน แมนฯ ซิตี้ จะเจอ ฟูแล่ม วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม

ลิเวอร์พูล 
31 มีนาคม : สเปอร์ส (เหย้า)
5 เมษายน : เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
14 เมษายน : เชลซี (เหย้า)
21 เมษายน : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (เยือน)
26 เมษายน : ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ (เหย้า)
4 พฤษภาคม : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เยือน)
12 พฤษภาคม : วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า)

แมนฯ ซิตี้ 
30 มีนาคม : ฟูแล่ม (เยือน)
14 เมาษยน : คริสตัล พาเลซ (เยือน)
20 เมษายน : สเปอร์ส (เหย้า)
24 เมษายน : แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน)
28 เมษายน : เบิร์นลีย์ (เยือน)
4 พฤษภาคม : เลสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า)
12 พฤษภาคม : ไบรท์ตัน (เยือน)
รอยืนยัน : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (เหย้า)